โหนรถประจำทางตอนเช้า ช่วงเวลาเร่งด่วนที่ทุกสิ่งกลับไม่อาจขยับ
ยืนเหนื่อยหอบอยู่หน้าลิฟต์ อุปกรณ์ขึ้นลงชั้นอันรวดเร็วที่ต้องรอคอยนานกว่าใช้งาน
ตอกบัตรไม่ทันการ เข้างานสายหนึ่งนาทีที่มีค่าเท่าเข้าสายสามสิบนาที
คอตกหน้าเจ้านาย ชั่วโมงนอนที่แลกไปที่กลับคืนมาแย่ยิ่งกว่าความว่างเปล่า
เพื่อนร่วมงานข้างเคียง รอยยิ้มคำปลอบใจที่หมายถึงคู่แข่งความก้าวหน้าตกรอบไป
การสับปหงกในยามบ่าย ความเผลอพลาดเพียงหนึ่งครั้งที่กลบเวลาตั้งใจทำงานที่เหลือจนมืดมิด
เวลาห้าโมงเย็น เวลาเลิกงานที่ไม่อาจเลิกด้วยงานที่คั่งค้างเกินสะสาง
สี่ทุ่มครึ่ง ออกจากที่ทำงานคนเดียวในคืนวันศุกร์ที่เหนื่อยอ่อนเกินจะสุขกับสิ่งใด
ในใจฉันกรีดร้อง หูอื้งอึง น้ำตาทะลักล้น เท้าจ้ำอ้าวอย่างบ้าคลั่ง ก้าวหาที่สักแห่งให้กรีดร้องระบายจากภายใน
.
.
.
ตื่นคืนสู่ความจริง. . .
บนเก้าอี้ไม้รถไฟชั้นสามอันโคลงเคลง
ไม่หลงเหลือความเป็นเมืองในสายตา
รถไฟเคลื่อนเชื่องช้าผ่านทุ่งนาทองอร่ามตา
ไกลออกไป ใต้ฟ้าใส
เหล่าภูเขาปรากฏตัวเห็นลางลาง
รถไฟฉะลอจอดเลียบสถานีไร้นามเล็กเล็กเงียบสงบ
สัมผัสสายลมเย็นปะทะหน้าที่สดชื่นกว่ากาแฟแก้วใดใด
ถอดรองเท้า
เดินลัดเลาะตามคันนา
ท่ามกลางรวงข้าวสีเหลืองทอง
สู่ต้นไม้ใหญ่ที่เห็นอยู่ลับตา
ล้มตัวนอนบนฟูกหญ้าเขียวใต้ไม้ใหญ่
หนุนคอด้วยรากไม้สีน้ำตาล
แล้วคว้าฟ้ามาคลุมตัว
ฟังนกน้อยร้องเพลงกล่อม
พริ้มตาหลับ
ตลอดกาล . . .
ปล. ชีวิตของผมเป็นสุขดี งานไม่ได้หนักขนาดที่เขียน
ปล. เพิ่ม ที่ทำงานผมไม่มีอะไรอย่างที่เขียนหรอกนะ เก็บเกี่ยวเอาจากหนัง ละคร