เรื่องสั้นสั้นทดลองเขียน : เหม่อคิด
posted on 11 Apr 2009 22:07 by zirius123 in ShortStory
นาฬิกาที่ข้อมือขวาของผมแสดงเวลาสิบสองนาฬิกาสี่สิบเจ็ดนาที เหลือเวลาอีกสิบสามนาทีก่อนเวลานัด สิบสามนาทีที่ไม่มากพอจะทำอะไรให้ลุล่วงแต่ยาวนานพอทำให้เหนื่อยหน่ายต่อการรอคอย ผมขยับตัวหลบกระแสฝูงชนไปพิงกำแพงขาวหม่นที่เต็มไปด้วยภาพกราฟฟิตี้ แต่คำว่ากราฟฟิตี้คงจะเป็นการกล่าวเกินจริงไป มันเป็นแค่สีสเปรย์ที่พ่นซ้อนทับเละเทะไปมาอย่างไร้ศิลปะและดูจากปริมาณสีขาวเดิมของกำแพงที่หลงเหลืออยู่น้อยนิด เจ้าของร้านคงจะยอมแพ้เหล่านักพ่นสีทั้งหลายมานานแสนนาน
หูฟังยังคงทำงานของมันได้ดีเสมอ แม้จะเป็นขณะที่ไม่ได้เปิดเครื่องเสียงอยู่ก็ตาม เพียงแนบไว้บนใบหูก็เสมือนถูกดึงออกจากสภาพแวดล้อมรอบตัวจากผู้ร่วมอยู่กลายเป็นผู้เฝ้าดูอย่างง่ายดาย พฤติกรรมแปลกประหลาดของผู้ใช้หูฟังมักถูกละเลยไม่ใส่ใจ เพราะหูฟังเปรียบดั่งสัญลักษณ์ของโลกส่วนตัว ผมคิดเช่นนั้น
เครื่องเสียงของผมกำลังแปรคลื่นวิทยุเป็นเสียงเพลงผ่านสู่หูผมด้วยหูฟังแบบครอบหู แต่ผมไม่ได้สนใจเสียงเพลงแม้แต่น้อย ในหัวของผมกำลังครุ่นคิดถึงการมีอยู่และตัวตน ในโลกนี้มีหลายสิ่งอย่างมากมายที่เราไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัส แต่เรารับรู้ถึงความมีตัวตนของสิ่งต่างต่างเหล่านั้น อย่างนักพ่นสีกำแพงที่ผมไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จัก ไม่อาจจินตนาการได้เลยสักนิดว่านักพ่นสีกำแพงต้องมีหน้าตาอย่างไรแล้วพ่นสีกันตอนไหนหรืออย่างไรจึงไม่มีใครจับได้สักครั้ง แต่ผมก็รับรู้ได้ถึงตัวตนของพวกเขาผ่านทางกำแพงเลอะสีต่างต่างทั่วเมืองกรุง การต้องการแสดงออกความเป็นตัวตนอาจเป็นเหตุผลหนึ่งของนักพ่นสี แต่ผมไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ดูจากคำหยาบคาย ส่อเสียด เหยียดหยาม หมิ่นประมาท พาดพิงสถาบัน ที่มองอย่างไรก็ไม่เห็นถึงความงามหรือตัวตน มันเป็นเพียงรอยสีเลอะเพื่อความสนุก เร้าใจ หรือสะใจเสียมากกว่า ต่างจากนักกราฟฟิตี้ที่พ่นสีสเปรย์เหมือนกัน แต่ภาพกราฟฟิตี้นั้นมีความงาม เรื่องราว และมีตัวตนให้รู้สึกสัมผัสถึง
คลื่นวิทยุเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจเห็น ไม่อาจสัมผัสแต่สามารถรับรู้ถึงความมีตัวตน รายล้อมรอบตัวของเรามีคลื่นวิทยุนับร้อยนับพันเคลื่อนผ่านทะลุเลยผ่าน แต่ละคลื่นต่างมีความแตกต่าง ต่างพยายามสร้างตัวตนอันเป็นเอกเทศหรือเอกลักษณ์เฉพาะทาง อย่างเช่น คลื่นรายงานการจราจร คลื่นข่าวตลอดวัน คลื่นเพลงเองก็แตกแขนงออกได้อีกมากมาย คลื่นเพลงไทยสากลตามกระแส คลื่นเพลงนอกกระแส คลื่นเพลงเก่า คลื่นเพลงลูกทุ่ง และอีกมากมายตามความต้องการและรสนิยมของผู้จัดรายการวิทยุ จากนับร้อยพันคลื่นวิทยุอันแตกต่าง ผู้ฟังต่างเลือกฟังคลื่นที่ตนชื่นชอบที่โดยปกติแล้วก็เพียงหนึ่งหรือสองสามคลื่นเพียงนั้นที่จะตรงตามความต้องการรสนิยมและความต้องการ ฉะนั้นแล้วผมคิดว่าคลื่นวิทยุหรือแนวเพลงนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกถึงตัวตนของผู้ฟัง ผมคิดเช่นนั้น
แล้วสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา หรือพรหมลิขิต นั้นเรียกได้ว่ามีตัวตนหรือไม่ ความคิดนี้ทำให้ผมนึกถึงอีกความคิดหนึ่งที่ว่า พระเจ้าตายแล้ว พระเจ้าตายได้ด้วยหรือ หากพระเจ้าตายได้ แสดงว่าพระเจ้านั้นมีจริง แล้วพระเจ้ามีตัวตนจริงหรือ ไม่มีใครตอบคำถามเหล่านี้ได้จวบจนปัจจุบัน ไม่มีใครหยั่งรู้พิสูจน์ได้ว่าพระเจ้ามีตัวตนจริง เรามิอาจเห็น มิอาจสัมผัส และมิอาจรับรู้ถึงพระเจ้าได้ แต่ยังมีความเชื่อความศรัทธาเกี่ยวกับพระเจ้ามากมายและจริงจัง ความเชื่อเกิดจากสิ่งใด ความเชื่อเกิดจากความกลัว จินตนาการ การบอกกล่าว หรือการสอนสั่ง หรืออย่างอื่นอีกมากมาย ความเชื่อคือความรู้สึกรูปแบบหนึ่ง ความเชื่อไม่ต้องการการพิสูจน์ ไม่ต้องการเหตุผล ไม่ต้องการความเข้าใจ ความเชื่อต้องการเพียงใจ ใจที่เชื่อและศรัทธา ความเชื่อและศรัทธาก่อเกิดตัวตนของสิ่งที่เชื่อขึ้นในใจ แต่ละคนแตกต่าง แต่ละใจแตกต่าง ความเชื่อในใจแต่ละคนจึงแตกต่าง ฉะนั้นแล้วไม่อาจตอบได้ว่า โชคชะตา พรหมลิขิต หรือพระเจ้ามีตัวตนหรือไม่ เพราะมันขึ้นอยู่กับความเชื่อในหัวใจ ผมเชื่อเช่นนั้น
ความเชื่อในสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจถูกใช้เป็นเหตุผลอธิบายถึงสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจ พระพรหมทรงเขียนพรหมลิขิตกำหนดชีวิตไว้ที่หน้าผากของเราหลังการเกิดหกวัน ทุกสิ่งของชีวิตจึงอธิบายได้ด้วยพรหมลิขิต ความบังเอิญมักถูกอธิบายโดยโชคชะตา ปาฏิหารย์อันเหลือเชื่อถูกอธิบายว่าเป็นการกระทำของพระผู้เป็นเจ้า ในโลกล้นเหลือด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจ
หูฟังของผมถูกดึงออก หูของผมกลับสู่ความจริง สติของผมก็เช่นกัน เธอที่ผมเฝ้ารอบ่นให้เร่งรีบจากความสายก่อนคว้ามือซ้ายของผมแล้วเดินนำหน้าจูงผมไปตามทางเท้า เธอเป็นฝ่ายสายมิใช่หรือ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ระหว่างมือเราจับกัน ผมอยากรู้เหลือเกินว่านิ้วก้อยของเราสองผูกโยงกันด้วยด้ายแดงของเนื้อคู่หรือเปล่า ผมหวังเช่นนั้น
สั้นไปไหม ยาวไปไหม น่าติดตามหรือเปล่า
#1 By Zirius Sandorius on 2009-04-11 22:55