เรื่องสั้นสั้นทดลองเขียน : ตาเบบูญ่า
posted on 18 Aug 2008 19:47 by zirius123 in ShortStory
ปลายกุมภาพันธ์ ดอกตาเบบูญ่าชมพูสดบานสะพรั่งก่อนร่วงหล่นพรมพรูสู่ผืนหญ้า แปรเปลี่ยนโลกกลายดั่งดินแดนเทพนิยายสีชมพูอันอ่อนหวาน. . . เอกรำพึงถึงตาเบบูญ่ากลางสวนสาธารณะใกล้บ้าน ขณะกำลังตระเตรียมกล้องตัวแรกของเขาอย่างตื่นตาและทนุถนอม
เอกในตอนนี้ ไม่ต่างไปจากเด็กชายกับของเล่นชิ้นใหม่ เขาลองปรับกล้องต่างต่างนานาเท่าที่เขานึกออก หวังให้การถ่ายรูปครั้งแรกนี้จะได้ภาพสวยสวยสักภาพหนึ่งพอไปอวดใครได้ แต่การที่เขามัวแต่พะวักพะวนกับกล้องตัวใหม่ ทำให้กว่าที่เขาจะรู้ตัวว่ามีหญิงสาวอีกคนหนึ่งกำลังมองตาเบบูญ่าต้นนี้อยู่เช่นกันก็เป็นตอนที่เขาเผลอถ่ายเธอติดมาโดยไม่รู้ตัว
เธอน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เอกคิด เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่กลับจำไม่ได้แม้แต่น้อยว่าเธอคือใคร เธอหันมายิ้มน้อยน้อยให้เขาแวบหนึ่ง เอกผู้ซึ่งเผลอจ้องเธอขณะนึกคิดได้เห็นรอยยิ้มของเธอจึงรู้สึกผิดและเขินอายจนทำทีหันไปสนใจกล้องในมือของเขารีบถ่ายรูปต่อไป
เธอคงเพิ่งจะเข้ามหาลัยเหมือนกับเรา เอกนึกคิดอีกครั้ง สมาธิของเขาแตกกระจาย สายตาแอบชำเลืองเธอผ่านกล้องเป็นระยะ ส่วนหญิงสาวนั้นไม่ได้สนใจเขาอีก เธอจ้องมองตาเบบูญ่าราวกับสามารถพูดคุยกับต้นตาเบบูญ่าได้ บางครั้งเธอก็ยิ้มขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เอกรู้สึกถึงความน่ารักของเธอเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายเท่าตัว คิดดังนั้นเอกอยากจะเขกหัวตัวเองสักครั้ง เขาเกือบลืมความตั้งใจของตนเสียแล้ว จึงดึงสมาธิกลับมาสู่ต้นตาเบบูญ่า เฝ้ารอจะได้ถ่ายภาพสวยสวยของหมู่ดอกตาเตบูญ่าร่วงลอยในสายลม. . .
แต่จนแล้วจนรอดเหมือนฟ้ากลั่นแกล้งเขาด้วยลมอันสงบนิ่งเสียกระทั่งกลีบดอกชมพูสดบนต้นตาเบบูญ่านั้นไม่สั่นไหวราวกับเบื้องหน้าเขาเป็นเพียงภาพถ่าย หญิงสาวก็เช่นกัน เธอนิ่งสงบไม่ต่างกัน เอกนึกคิดอีกครั้งว่าเธออาจจะคุยอยู่กับต้นตาเบบูญ่าจริงจริงก็เป็นได้. . . เขาส่ายหัวพยายามสลัดความคิดเรื่องเธอ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็เผลอแอบมองอยู่ร่ำไป. . .
ในที่สุด. . . ความอดทนของเขาหมดสิ้น วันนี้เขาคงไม่ได้ภาพที่เขาต้องการเป็นแน่แท้ แต่ในใจนั้นเรียกร้องภาพอีกภาพหนึ่งมากกว่าในตอนนี้ เอกสูดลมหายใจคลายความตื่นเต้นแล้วเดินช้าช้าไปหญิงสาวอีกฝั่งของต้นตาเบบูญ่า เขาพยายามทำหน้าเป็นมิตรที่สุดก่อนจะเอ่ยคำ
"สวัสดีครับ" เอกเอ่ย เธอยิ้มตอบ
"ผมขออนุญาตถ่ายรูปคุณสักรูปจะได้ไหม. . . " เอกเอ่ยเสียงสั่น เกาหัวสองสามทีพยายามแก้เขิน เธอหัวเราะเบาเบา หยักหน้าให้เขาก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ต้นตาเบบูญ่าเพื่อเป็นแบบให้เขา
เอกยิ้มอย่างตื่นเต้น รีบปรับโฟกัสดูร้อนรนแสนเงอะงะ แต่เพราะท่าทางเช่นนั้น เธอจึงยิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ และขณะเขากดชัตเตอร์นั้นเอง ลมได้พัดกระพือโปรยปรายดอกไม้สีชมพูไปทั่วบริเวณ ภาพของเธอท่ามกลางดอกไม้โปรยปรายถูกบันทึกลงแผ่นความทรงจำอย่างรวดเร็ว เอกย้อนภาพกลับมาดูอย่างชื่นชมแล้วขอบคุณฟ้าและโชคชะตาที่นำพาให้เขาได้ภาพนี้มา
"ขอบคุณมา. . . " เสียงของเอกหยุด เมื่อเงยหน้ามาพบว่าเธอหายไปเสียแล้ว แต่เขาไม่มีเวลาให้งุนงงหรือมองหา เมฆดำทะมึนพร้อมสายฝนโปรยปรายลงอย่างรวดเร็ว เอกกอดกล้องวิ่งสุดชีวิตกลับบ้านที่อยู่ติดกับสวนสาธารณะแห่งนี้
ตัวของเอกเปียกชื้นยามถึงบ้าน แต่กล้องไม่เปียกแม้แต่น้อย เอกเช็ดหัวรีบอาบน้ำก่อนจะป่วยไข้ไปเสีย ที่เธอหายไปคงเพราะฝนนี้ล่ะมั้ง เอกดิดขณะอาบน้ำ
ขณะทานอาหารเย็น แม่ของเขาบ่นประปอดกระแปดเรื่องเขาเปียกปอนกลับบ้าน แต่เอกเองไม่ได้สนใจ ใจเขาจดจ่ออยู่กับภาพที่เขาได้ถ่ายมาตอนบ่าย เขาอยากเห็นภาพทั้งหลายถูกขยายใหญ่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะภาพสุดท้าย. . .
.
วันรุ่งขึ้น เอกกลับไปที่ต้นตาเบบูญ่าอีกครั้งด้วยใจหวังจะได้พบเธอ แต่ต้องผิดหวัง ตลอดบ่ายนั้นเธอไม่ปรากฎตัวแม้เพียงเงา. . . แต่เอกยังคงหวังว่าในปิดเทอมใหญ่นี้ เขาคงจะได้พบเธออีกครั้ง ก่อนที่เขาจะต้องกลับหอมหาลัยอันห่างไกล
.
.
แล้วหนึ่งสัปดาห์ก็ผ่านพ้นไป เอกมาสวนสาธารณะทุกครั้งที่มีโอกาส เขาถ่ายรูปสวนสาธารณะไปแล้วครบทุกส่วน แต่เธอยังไม่ปรากฎให้เขาเห็นเลยสักครั้ง. . .
เธอคือใครกัน? เขารำพึงถึงเธอผู้ซึ่งเขารู้สึกคุ้นเคยขั้นสนิทสนม แต่กลับนึกไม่ออกว่าเธอคือใคร หรือเคยพบเธอที่ใดมาก่อน เขาไล่เลียงนึกถึงวีรกรรมสมัยเด็กก็ไม่ปรากฎเธอในความทรงจำ. . .
เมื่อนึกย้อนไม่ออก เอกจึงค้นอัลบั้มรูปเก่าสมัยเด็กมาย้อนรื้นฟื้นความทรงจำที่เขาอาจลืมเลือนไป เขายิ้มน้อยย้มใหญ่กับเรื่องราวในอดีตที่พรั่งพรูออกมาราวกับชมภาพยนตร์ที่เอกนำแสดง แต่เขาก็ยังจำเธอไม่ได้ อาจเพราะเธอในตอนนี้คงจะไม่เหมือนในตอนเด็ก
เอกไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาบากบั่นหาตัวเธอถึงเพียงนี้ หรือเขาจะรักแรกพบเข้าเสียแล้ว. . . เอกส่ายหัวสลัดความคิด ถอนใจเฮือกหนึงด้วยความคิดที่ว่าเขาคงไม่มีโอกาสพบเธออีกเป็นแน่ เพราะพรุ่งนี้เขาต้องกลับไปเตรียมงานค่ายที่มหาลัย. .
.
.
.
วันเวลาผ่านไปครบหนึ่งเดือนนับจากเขาพบเธอ เอกจึงได้กลับกลับบ้านอีกครั้งหลังกิจกรรมจบสิ้นไป แต่ในใจเขายังคำนึงถึงเธอผู้นั้น ในเย็นวันนั้นเขาจึงกลับไปยังต้นตาเบบูญ่าอีกครั้ง
แม้ดอกร่วงโรยไปมาก แต่ต้นตาเบบูญ่ายังคงชมพูสวยเหมือนวันนั้น เอกมองอยู่สักพักจึงตัดสินใจปีนขึ้นต้นตาเบบูญ่าไป
"ขอโทษนะ" เอกเอ่ยเมื่อนั่งอย่างมั่นคงบนกิ่งใหญ่ ภาพเบื้องหน้าอขงเขาคืออาทิตย์อัศดงสีแดงดวงกลมใหญ่เหมือนวันนั้น
"ไม่ต้องขอโทษไปหรอก" หญิงสาวเอ่ย บัดนี้เธอนั่งข้างเขา มองไปยังตะวันตกดิน
"ต้องขอโทษสิ ให้รอตั้งสี่ปี"
"ไม่หรอก แค่ปีนึงเท่านั้นเอง" เธอยิ้ม
"งั้นเธอก็ลืมเหมือนกันน่ะสิ"
"ใช่ จนกระทั่งฉันได้มาอยู่ที่นี่" เธอเอ่ยก่อนชี้ไปยังตะวันสีแดงดวงโต "เหมือนวันนั้นเลยนะ"
"ใช่ เหมือนวันนั้นเลย" เอกกล่าว "เหมือนวันที่ฉันนั่งอยู่ตรงนี้และได้เจอเธอโวยวายอยู่ข่างล่างให้ฉันลงไป"
"ก็ฉันไม่อยากให้เธอทำกิ่งต้นไม้ที่ฉันรักหักนี่"
"แต่สุดท้ายก็โดนฉันกล่อมจนเธอมานั่งอยู่ข้างข้างดูพระอาทิตย์เหมือนวันนี้"
"นั่นสิ. . . ฉันยังงงอยู่เลยว่าทำยังไงกันฉันถึงยอมขึ้นมาได้" เธอเอ่ยก่อนหัวเราะจนตาหยี
"แล้วเราก็ทำสัญญากันอีกนะ ว่าจะมานั่งบนนี้ด้วยกันอีก"
"ใช่ อันนี้ยิ่งงงใหญ่เลย"
"แต่แล้ว. . . ฉันก็ต้องย้ายไปเรียน ม. ปลายเสียไกล แล้วยังอยู่มหาลัยไกลกว่าซะอีก จนเวลาผ่านมาตั้งสี่ปี"
"เอาเถอะนะ จริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะจำได้หรอกนะ ฉันยังลืมเลย"
"แล้ว. . . แล้วเกิดอะไรขึ้น ถึงได้มารอถึงปีครึ่ง เอกถามอย่างกังวล
"รถชนน่ะ" เอตอบอย่างราบเรียบ
"งั้นหรือ. . . "
"ขอบคุณนะที่จำได้" เธอกล่าวแล้วยิ้มอีกครั้ง
"ขอโทษนะ ที่จำได้ช้าเกินไป" เอกตอบไป แต่เธอกลับหายตัวไปเสียแล้ว และเธอคงจะหายตัวไปตลอดกาล
ลาก่อนนะ. . . เอกเอ่ยคำลาสุดท้ายและชั่วนิรันดร์
.
.
.
.
ผมมาทราบในภายหลังว่า หลังอุบัติครั้งนั้น อัฐิของเธอส่วนหนึ่งถูกโปรายปรายใต้ตาเบบูญ่าที่เธอรักตนนี้. . .
#1 By on 2008-08-18 21:17